Google อัพเดต Knowledge Graph แสดงข้อมูลเกมส์

สำหรับคนที่ชอบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวีดีโอเกมส์ผ่านบริการ Search Engine ของทาง Google จะสังเกตุเห็นว่าทางด้านซ้ายมือจะปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมที่เราค้นหาขึ้นมาให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางกูเกิลได้ทำการอัพเดตฟีเจอร์ Knowledge Graph บนระบบค้นหาข้อมูลแสดงรายละเอียดของเกมส์ต่างๆ คล้ายกับการแสดงผลของเว็บ Wikipedia ในอดีตที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกมนั้นๆ ทั้งรายละเอียดของผู้พัฒนา, คะแนนรีวิว และผู้จัดจำหน่ายจะแสดงอยู่ด้านข้างซ้ายมือ

ยกตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลของเกม "แร็กนาร็อกออนไลน์" ผลปรากฏว่าหลังจากค้นหาจะมีข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดียแสดงขึ้นมาด้านซ้ายมือทั้งรูปภาพ, รายละเอียดของเกม, วันเปิดให้บริการครั้งแรก และอื่นๆ ทั้งนี้ทาง Google ยอมรับว่ายังไม่สามารถบรรจุรายละเอียดของเกมส์อีกมากมายลงไปในฐานข้อมูลได้ทั้งหมด

Google อัพเดต Knowledge Graph

Knowledge Graph

สำหรับคนที่ชอบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวีดีโอเกมส์ผ่านบริการ Search Engine ของทาง Google จะสังเกตุเห็นว่าทางด้านซ้ายมือจะปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมที่เราค้นหาขึ้นมาให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น

รู้จักกับโมเดลธุรกิจแบบต่างๆ ในตลาดวีดีโอเกมส์

วีดีโอเกมส์ประเภทต่างๆ ทั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และคอนโซลเกือบทุกเกมต้องใช้เวลาในการพัฒนาไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการวางแนวคิดของเกมที่จะสร้าง ต้นทุนที่ใช้ในการพัฒนามากน้อยแตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการกำหนดทิศทางรูปแบบการให้บริการในอนาคต เพราะในปัจจุบันอุตสหกรรมเกมส์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันเลยสูงตามไปด้วย ซึ่งการสร้างเกมออกมาให้สนุกเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นอย่างเดียวอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ โมเดลธุรกิจหรือรูปแบบการให้บริการเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ง่าย วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับรูปแบบการให้บริการที่บริษัทพัฒนาเกมส์ทั่วโลกนิยมใช้กัน โดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 4 แบบ ดังนี้

1.Free-To-Play หรือที่นิยมเรียกกันว่า F2P เป็นรูปแบบการให้บริการแบบเล่นฟรีไม่เสียค่าใช้ง่ายได้รับความนิยมอย่างสูงในเกมแนว MMO แต่จะไปเก็บเงินจากไอเทมหรือของภายในเกมที่ผู้เล่นซื้อผ่านร้าน Cash Shop อาทิเช่น แฟชั่นเครื่องแต่งกาย ยาฟื้นฟู และแร่อัพเกรดไอเทม ทำให้บริษัทผู้พัฒนาและให้บริการเกมต่างๆ นิยมใช้โมเดลธุรกิจแบบ F2P กันอย่างแพร่หลายเพราะผู้เล่นทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย

2.Buy-to-Play หรือที่นิยมเรียกกันว่า B2P เป็นรูปแบบการซื้อเกมครั้งเดียวไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก โดยเกมที่ใช้โมเดลธุรกิจแนวนี้จะไม่มีร้าน Cash Shop ภายในเกม แต่ราคาเริ่มต้นในการซื้อเกมครั้งแรกค่อนข้างสูงประมาณว่า "ซื้อครั้งเดียวเล่นได้ตลอดชีวิต" นอกจากนี้ยังมีบริการ DLC เนื้อหาเสริมภายในเกมที่สามารถสั่งซื้อได้เมื่อมีการอัพเดทใหม่ทุกครั้ง

3.Subscription-Based หรือที่หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า Air Time รูปแบบการจ่ายเงินก่อนเข้าเล่นเกมเป็นรายเดือนหรือรายปีในราคาที่แตกต่างกันออกไป โมเดลธุรกิจรูปแบบนี้ในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่เกมที่ยังคงใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็นเกม World of Warcraft และ The Elder Scrolls Online ในขณะที่เกมส่วนใหญ่ที่เคยใช้โมเดลธุรกิจดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการเป็น F2P ด้วยปัญหาการแข่งขันที่สูงขึ้น

4.Freemium อีกหนึ่งโมเดลธุรกิจยอดฮิตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด Mobile Games หรือเกมแนว Browser-based เป็นการให้บริการในรูปแบบที่ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดเกมมาเล่นได้ฟรี แต่หากต้องการเข้าไปเล่นระดับใหม่หรือเนื้อหาที่สูงขึ้นต้องจ่ายเงินเพื่อปลดล็อคอีกครั้ง

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงโมเดลธุรกิจการให้บริการในตลาดวีดีโอเกมส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้บางบริษัทผู้พัฒนาเกมได้นำโมเดลธุรกิจทั้ง 4 แบบมาประยุกต์ใช้หรือผสมรวมกันเพื่อสร้างผลกำไร ยกตัวอย่างเช่น เปิดให้เล่นฟรี มีระบบร้าน Cash Shop และ VIP ในขณะที่ผู้เล่นอย่างเราก็ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา

รู้จักกับโมเดลธุรกิจแบบต่างๆ ในตลาดวีดีโอเกมส์

F2P

วีดีโอเกมส์ประเภทต่างๆ ทั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และคอนโซลเกือบทุกเกมต้องใช้เวลาในการพัฒนาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ชิงเกมรุก Mobile Games แนวโน้มอนาคตยังอีกไกล

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าตลาด Mobile Games หรือเกมมือถือได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแทบภูมิภาคเอเชียในบางประเทศอย่างประเทศไทยที่มีผู้ใช้โทรศัพท์ มือถือ สมาร์ทโฟน เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ส่งผลให้นำมาซึ่งธุรกิจต่างๆ มากมายเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้อย่างเช่น เกมบนมือถือที่หลายบริษัทเกมส์น้อยใหญ่ต่างหันมารุกตลาดเกมมือถือมากขึ้น ไม่เพียงจะสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล แต่ฐานข้อมูลผู้ใช้ที่มีอยู่ในมือสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจในอนาคตได้ง่ายขึ้น

ในขณะที่ตลาดเกมพีซีไม่ว่าจะเป็นเกมแนว MMO ที่ดูเหมือนจะซบเซาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลา 10 ปีก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ การปรับตัวของบริษัทพัฒนาเกมส์ชื่อดังบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาเกมของตนเองให้สามารถเล่นบนมือถือผ่านระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายประกอบกับมีฐานผู้เล่นเดิมอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก แต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพัฒนาว่าสามารถทำออกมาตอบโจทย์ผู้ใช้ในปัจจุบันได้มากน้อยแค่ไหน

ชิงเกมรุก Mobile Games แนวโน้มอนาคตยังอีกไกล

Mobile Games

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าตลาด Mobile Games หรือเกมมือถือได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแทบภูมิภาคเอเชียในบางประเทศอย่างประเทศไทยที่มีผู้ใช้โทรศัพท์ มือถือ สมาร์ทโฟน เป็นอันดับต้นๆ ของโลก